วันศุกร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2564

คำพยาการณ์ของท่านพระอาจารย์มั่น ต่อ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม


 คำพยาการณ์ของท่านพระอาจารย์มั่น ต่อ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม

.

ในบรรดาศิษย์รุ่นใหญ่ของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ หลวงปู่ดูจะมีประสบการณ์คล้ายคลึงกับบูรพาจารย์ของท่านมากที่สุดโดยเฉพาะด้านการรู้เห็นติดต่อกับสิ่งลึกลับที่อยู่ต่างภพต่างภูมิมาขอความอนุเคราะห์จากท่าน...ขอสร้างบุญ สร้างกุศล ทำบุญกับท่าน ขอฟังธรรมให้ท่านเทศน์โปรด

.

ความอันนี้ ดูจะเป็นที่สังเกตุและทราบตั้งแต่เมื่อท่านเป็นพระผู้น้อยเข้าไปกราบท่านพระอาจารย์มั่นใหม่ๆ

.

เวลาท่านภาวนา...ทุกคืน ได้เห็นเรื่องแปลกอย่างหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ปรากฏซ้ำคล้ายกันแทบทุกคืน วันหนึ่งอดใจไม่ได้ ก็คลานเข้าไปกราบเรียนถามข้อสงสัย

.

กล่าวคือ ท่านภาวนาเห็น ท่านพระอาจารย์มั่นถือไม้เท้าไปเคาะดูตามกุฏิลูกศิษย์หลังโน้น หลังนี้ทุกคืน ดูๆ แล้วก็กลับ ไม่ทราบว่าพ่อแม่ครูอาจารย์ไปด้วยเหตุผลกลใด

.

ท่านพระอาจารย์มั่น ฟังแล้วก็นิ่งมองพระน้อยองค์นี้ แทนที่จะตอบคำถาม ท่านก็ปรารภออกมาดังๆ ต่อหน้าพระเณรทุกองค์ว่า

.

“เออ...ให้ทุกองค์ภาวนาให้ได้เหมือนท่านชอบซิ!”

.

ได้ความว่าระยะนี้ทุกคืน ท่านพระอาจารย์มั่นต้องการจะตรวจดูว่า พระเณรได้มีการทำความเพียรภาวนากันอย่างเต็มที่ สมกับที่เป็นพระธุดงคกรรมฐานศิษย์ของท่านหรือไม่ หรือจะมีใครง่วงเหงาหาวนอน ขี้เกียจภาวนา แอบเป็นจระเข้ ยึดถือหมอนเป็นหลัก หรือมีจิตส่งออก คิดไปในทางไม่ถูก ไม่ควรบ้าง...

.

ท่านจึงต้องคอยไปตรวจดู...! เคาะกุฏิดู...!

.

และความจริง ท่านก็มิได้ออกเดินไปดูจริงๆ... ท่านเพียงแต่ส่งจิตไปดูเท่านั้น...!

.

นับแต่นั้น ท่านพระอาจารย์มั่นก็ให้ความเมตตาท่านมากขึ้นไม่ว่าจะแนะอุบาย ข้อปฏิบัติให้เช่นไร ท่านก็พยายามทำตามอย่างไม่ลดละ เช่น ควรจะไปอยู่ป่านั้น ถ้ำนั้น ภูเขาลูกนั้น ตำบลนั้น ข่าวว่าลำบากยากแค้นกันดารอย่างไร ท่านจะไม่ลังเลสงสัยอย่างไรเลย ท่านจะตรงไปอย่างมุ่งมั่น ตั้งใจบำเพ็ญความเพียรในป่านั้น ถ้ำนั้น ภูเขาลูกนั้น ตำบลนั้น อย่างไม่หวั่นกลัวหรือหวาดเกรงภัยใดๆ และเมื่อไปแล้วประสบผลอย่างไร มีอุบายพาดำเนินผ่านข้อขัดข้องไปได้เช่นไร ก็จะกลับมาเรียนชี้แจงขอสอบทานความคิดเห็น หรือยังมีปัญหาใดค้างคาอยู่ ก็จะมาเรียนขอให้ท่านอนุเคราะห์ให้ความสว่างแก่ศิษย์

.

ครูบาอาจารย์ในสมัยก่อนนั้น ท่านดูแลขัดเกลานิสัยศิษย์อย่างเอาใจใส่ ทั้งจริตนิสัยภายนอก ทั้งจิตภายในที่จะต้องกล่อมเกลาให้สำรวมระวัง ดูแลทุกข์สุข.... เป็นทั้ง่พ่อ เป็นทั้งแม่ เป็นทั้งครูบา เป็นทั้งอาจารย์ของศิษย์จริงๆ ท่านจึงใช้คำแทนชื่อเรียกว่า “พ่อแม่ครูบาอาจารย์” หรือเรียก “พ่อแม่ครูจารย์” สั้นๆ

.

ท่านเคารพเชื่อฟังท่านพระอาจารย์มั่นมาก และท่านพระอาจารย์มั่นก็คงจะเฝ้าสังเกตความก้าวหน้าในการบำเพ็ญภาวนาของศิษย์ผู้นี้อยู่ตลอดเวลา วันหนึ่ง ท่านจึงออกปากพยากรณ์... 

.

“ไปไกลลิบเลย พระน้อยองค์นี้!”

.

ในประวัติบางแห่ง กล่าวว่า เมื่อหลวงปู่พบท่านพระอาจารย์มั่นแล้ว ในพรรษานั้น ก็ได้จำพรรษาอยู่กับท่านพระอาจารย์มั่น หากเรื่องนี้หลวงปู่ปฏิเสธว่า ท่านไม่เคยจำพรรษากับท่านพระอาจารย์มั่นเลย แต่ออกพรรษาแล้ว เมื่อมีโอกาสครั้งใด ท่านก็จะกลับมากราบครูบาอาจารย์ของท่านเสมอ โดยเฉพาะเมื่อต้องการอุบายธรรมที่จะส่งเสริมการปฏิบัติให้ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป

.

อันที่จริง บางครั้ง บางเวลา ที่ท่านไปอยู่โดดเดี่ยวในกลางป่าดงพงลึก หรือในถ้ำอันลี้ลับ บนยอดเขาสูง หากการภาวนาเกิดติดขัดอย่างไร ท่านพระอาจารย์มั่นก็จะไปปรากฏร่างในนิมิตภาวนาแสดงบอกอุบายวิธีแก้ไข อาจจะเป็นโดยย่อ เพียงให้ท่านได้อุบายใช้สติปัญญาของตนเองคิดแยกแยะให้กว้างขวาง แตกฉานออกไป หรืออาจจะเป็นธรรมโดยละเอียดที่ควรแจกแจงให้พิสดารออกไป จนแจ่มแจ้งก็ได้ โดยที่หลวงปู่มีนิสัยในทาง ออกรู้ สิ่งต่างๆ ดีอยู่แล้วจึงสามารถมีทางรับรู้ธรรมจากครูบาอาจารย์ทางนิมิตภาวนาได้เป็นอย่างดี

.

แต่ถึงท่านจะมีโอกาส รับฟัง ธรรมจากท่านพระอาจารย์มั่นได้ในทางนิมิตภาวนาง่ายกว่าศิษย์คนอื่น ท่านก็ยังปรารถนาหาโอกาสกลับมากราบองค์จริงอยู่บ่อยๆ

.

คืนหนึ่ง ท่านไปทำความเพียรอยู่ในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ไกลจากวัดที่ท่านพระอาจารย์มั่นอยู่นักท่านเล่าว่า คืนวันนั้น จิตสงบภาวนาได้ดีมาก แต่ใจหนึ่งก็สงสารสังขาร คิดจะให้ได้พักผ่อนสักหน่อย เพราะท่านใช้เวลาภาวนาติดต่อกันมาหลายคืนแล้ว พอตกลงใจคิดเอนหลังลงจะนอน ก็ได้ยินเสียงดังลั่นเหมือนเสียงฟ้าผ่า เสียงนั้นดังสนั่นมากจนท่านประหลาดใจ คิดว่า พรุ่งนี้จะหาโอกาสไปกราบเรียนถามท่านอาจารย์

.

พอไปถึงวัดท่านพระอาจารย์มั่น เห็นเสื่อปูรอไว้แล้ว พร้อมทั้งมีขวดน้ำแก้วน้ำตั้งรอรับเสร็จสรรพ ท่านก็ก้มลงกราบเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง ยังไม่ทันจะเปิดปากถามเลย ท่านพระอาจารย์มั่นก็กล่าวออกมาดังๆ ว่า

.

“อ้ายคนเราน่ะนะ ถ้าจะภาวนาได้ดีแล้ว พอนึกง่วงนอนจะนอนแล้ว จะเกิดเสียงดังยังกับฟ้าผ่า!”

.

ท่านได้ก็เลยไม่ถามอะไรสักคำ กราบลาแล้วก็กลับไป...!

.

#ที่มา : ชีวประวัติ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น