#ลัดทีเดียวตรงจุด
...นึกถึงที่ว่า คนแก่ๆคนหนึ่งไปเฝ้าพระพุทธเจ้า คุยกันชั่วโมงเดียวเป็นพระอรหันต์ด้วยเรื่องอะไร;
ไม่เคยฟังเรื่องขันธ์ห้า เรื่องไตรสิกขา เรื่องเบญจขันธ์ เรื่องอะไรไม่เคยฟัง ไม่เคยพูดกันอย่างยืดเยื้อ,
เขาพูดเรื่องอะไร แล้วมันตรงจุดอะไร คนเหล่านั้นเป็นพระอรหันต์ได้ตรงที่นั้นเอง; ก็แปลว่าคนพวกนี้ไม่มีเวลา ไม่มีโอกาสที่จะมาบ้าวรรณคดี บ้าอักษรศาสตร์บ้าคัมภีร์ที่เรียกว่าคัมภีร์เหมือนพวกเรา.
.
เขาลัดทีเดียวตรงจุดคือเห็นว่า ทำอย่างนั้นเป็นตัวกู - ของกู,ทำอย่างนี้เป็นอุปาทาน ทำอย่างนั้นไม่เป็นอะไรนี่ แล้วมันเศร้า หรือมันสังเวช หรือมันอะไร ต่ออุปาทานต่อกิเลสขึ้นมาทันที จนจิตใจมันวูบวาบลึกซึ้งหมดไปเลย ไม่มีส่วนที่จะไปหลงใหลอย่างนั้นได้อีก มันก็เป็นพระอรหันต์ก็พอแล้ว
ไม่ต้องเป็นพระอรหันต์ที่แตกฉาน ในวิชาความรู้อักษรศาสตร์ ศิลปะหรืออะไรก็ได้ เพราะมันพอเกินพอ,พอให้รู้ความที่กิเลสหมดไปจริง ๆ, แล้วพูดไปตามความรู้สึกนั้น ทุกคำ พูดแท้เป็นทองคำเลย.
.
เดี๋ยวนี้เราพูดเป็นชั่วโมง ๆ ห้าสตางค์ก็แทบจะไม่ได้,นี่ราคา ๕ สตางค์ ก็แทบจะไม่ได้ ในพุทธกาลมันทองคำอย่างนี้.
.
ฉะนั้นสรุปความแล้ว ถ้าฟังถูกก็เป็นการเพียงพอ พอเกิดตัวกู – ของกู ก็เป็นสังสารวัฏฏ์, พอว่างจากตัวกู - ของกู ก็เป็นนิพพาน,
แล้วมีสติกั้นการเกิดแห่งสังสารวัฏฏ์ ปล่อยทางเกิดแห่งนิพพานไว้เรื่อย, ทางที่จะเป็นนิพพานไว้เรื่อย,ปิดกั้นทางที่จะเกิดสังสารวัฏฏ์ไว้เรื่อย มันก็ได้นิพพาน,
.
ระยะที่เป็นนิพพานก็มากขึ้น ๆระยะที่เป็นสังสารวัฏฏ์ก็หดตัวไปเอง หดตัวไปเองน้อยลงไปเอง,
เรียกว่า… ผอมตายในที่สุด.
.
#พุทธทาสภิกขุ
#ธรรมปาฏิโมกข์_เล่ม_๒ #หน้า_๑๗๑-๑๗๒

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น